32personas
ความเข้ากันของบุคลิกภาพ

วิธีอ่านช่วงเวลาที่เริ่มห่างจากเพื่อนสนิท

ความห่างเหินก็มีหลายแบบ

บางครั้งเราก็ค่อย ๆ ห่างจากเพื่อนสนิททั้งที่ไม่เคยทะเลาะกัน ลองแยกความห่างเหินสี่แบบ ได้แก่ จังหวะชีวิต ความสนใจที่แยกทาง ความน้อยใจที่สะสม และช่วงพัก พร้อมสำรวจว่าทำไมทั้งคู่จึงไม่กล้าติดต่อก่อน และมีอะไรที่ลองทำได้ในช่วงนี้บ้าง

“คุณ” ในบทความนี้ เหมือนตัวคุณจริง ๆ ไหม ดูฟรีว่าคุณเป็นแบบไหนต่อหน้าคนอื่นและตอนอยู่คนเดียว →

คุณเปิดหน้าต่างแชตกับเพื่อนหลังจากไม่ได้เปิดมานาน บทสนทนาล่าสุดคือคำอวยพรวันเกิดเมื่อสองเดือนก่อน เหนือขึ้นไปมีข้อความว่า “ไว้เจอกันเร็ว ๆ นี้นะ” “อื้อ ต้องเจอกันนะ” ซ้ำอยู่หลายครั้ง คุณพิมพ์ประโยคหนึ่งเพื่อถามว่าช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็ลบ กลัวว่าจะกะทันหันเกินไปหรือสร้างภาระให้อีกฝ่ายที่คงกำลังยุ่ง ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยส่งรูปไร้สาระหากันวันละหลายครั้ง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไรถึงเริ่มระมัดระวังกันขนาดนี้

มีช่วงเวลาที่เราค่อย ๆ ห่างจากเพื่อนสนิททั้งที่ไม่เคยทะเลาะกัน บทความนี้จะชวนดูว่าความห่างเหินนั้นเป็นแบบไหน ทำไมทั้งคู่จึงไม่กล้าติดต่อก่อน และเราทำอะไรได้บ้างในช่วงนี้

ความห่างเหินก็มีหลายแบบ

แม้ความรู้สึกว่าห่างจากเพื่อนจะคล้ายกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายในอาจต่างกัน และสิ่งที่แต่ละแบบต้องการก็ต่างกันด้วย

ประเภทของความห่างเหินสัญญาณที่เห็นสิ่งที่ต้องการ
จังหวะชีวิตยังรู้สึกดีต่อกัน แต่หาเวลาที่ตรงกันไม่ได้เลยรูปแบบการติดต่อที่สั้นและเบา
ความสนใจที่แยกทางดีใจเมื่อได้พบกัน แต่เรื่องคุยหมดอย่างรวดเร็วเรื่องใหม่ ๆ ที่จะแบ่งปันกัน
ความน้อยใจที่สะสมการติดต่อลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังเหตุการณ์บางอย่างคำพูดตรงไปตรงมาสักครั้ง
ช่วงพักต่างคนต่างรับมือกับเรื่องของตัวเองจนล้นมือ และไม่ได้รู้สึกผิดกันมากนักพื้นที่ให้รอกันได้อย่างสบายใจ

แบบแรกมักเกิดในช่วงที่ชีวิตเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนงาน ย้ายบ้าน หรือเริ่มมีความรัก ไม่ใช่ใจที่ห่างออกไป แต่เวลาที่พบกันได้เคลื่อนไปอยู่คนละจุด แบบที่สองเกิดขึ้นเมื่อความสนใจของคนหนึ่งแตกแขนงไปในทิศทางใหม่ แบบที่สามอาจดูเงียบสงบ แต่ยังมีบางอย่างค้างอยู่ในใจ จึงไม่คลี่คลายเองเพียงเพราะเวลาผ่านไป ส่วนแบบที่สี่มีโอกาสกลับมาเชื่อมต่อกันสูง แม้ไม่พยายามฝืนยื้อไว้

หากสับสนว่าเป็นแบบไหน ลองนึกถึงวันที่พบกันอย่างสบายใจครั้งล่าสุด หากวันนั้นสนุกและหลังจากนั้นแค่ต่างคนต่างยุ่ง ก็น่าจะเป็นเรื่องจังหวะหรือการพัก หากมีบางอย่างติดอยู่ในใจหลังวันนั้น ก็น่าจะเป็นความน้อยใจ แต่ถ้าวันนั้นสนุกดี ทว่าบทสนทนาวนกลับไปหาแต่อดีต ก็น่าจะเป็นความสนใจที่แยกทาง

ทำไมทั้งคู่จึงไม่กล้าติดต่อก่อน

ในช่วงที่ห่างกัน หลายครั้งทั้งสองฝ่ายต่างกำลังรอให้อีกคนติดต่อมา และเหตุผลของการรอนั้นก็แตกต่างกัน

ลักษณะที่มีความเป็นสังคมต่ำ แม้แต่การส่งข้อความหนึ่งข้อความก็ใช้พลังเหมือนการพบผู้คน เพราะอยากคุยกันอย่างจริงจังมากกว่าทักทายสั้น ๆ จึงผัดไว้จนกว่าจะมีเวลาว่าง แต่เวลานั้นกลับไม่ค่อยมาถึง

ลักษณะที่มีความร่วมมือสูง ไม่กล้ายื่นมือไปก่อนเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะยุ่ง หรือข้อความของเราจะเป็นภาระ เป็นการรอด้วยความเกรงใจ แต่อีกฝ่ายอาจมองว่าเราเริ่มไม่ใส่ใจแล้ว

ลักษณะที่มีช่วงอารมณ์กว้าง หากติดต่อไปก่อนแล้วได้รับคำตอบช้าหรือสั้น เรื่องนั้นจะติดอยู่ในใจนาน แม้ความล่าช้ามักเกิดจากสถานการณ์ของอีกฝ่าย แต่การรอกลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคำตอบว่าเขาคิดอย่างไรกับเรา เพราะไม่อยากเผชิญความแกว่งไหวนี้ จึงเลือกไม่ติดต่อเลย

ลักษณะที่มีความเป็นระบบสูง รู้สึกว่าหากจะพบกันต้องกำหนดวันและสถานที่ก่อน จึงเลื่อนแม้กระทั่งการติดต่อออกไปจนกว่าจะนัดหมายอย่างจริงจังได้ หน้าต่างแชตที่มีคำว่า “ไว้เจอกันเร็ว ๆ นี้นะ” ซ้ำหลายครั้งมักเกิดขึ้นแบบนี้

หลายครั้งทั้งสองคนกำลังรอด้วยเหตุผลเดียวกัน ต่างคิดว่าอีกฝ่ายคงยุ่ง และต่างคิดว่าการติดต่อก่อนอาจสร้างภาระ ดังนั้นเมื่อคนหนึ่งส่งข้อความสั้น ๆ ไปก่อน บางครั้งคำตอบที่ยินดีก็มาถึงเร็วกว่าที่คิด การรอที่ยาวนานอาจไม่ได้เกิดจากใจที่เย็นชา แต่อาจเป็นเพราะทั้งคู่ระมัดระวังเกินไป

ตัวฉันเปลี่ยนไปเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนคนนี้หรือเปล่า

เพื่อนที่สนิทกันมานานมักเป็นคนที่รู้จักตัวเราเวลาอยู่คนเดียว เป็นคนที่เราเคยนำความงอแง ความคิดแปลก ๆ และความกังวลที่ยังจัดระเบียบไม่ได้ไปหา แต่ในช่วงที่เริ่มห่าง ตัวเราที่ใช้ต่อหน้าผู้คนก็เริ่มเปิดขึ้นแม้อยู่กับเพื่อนคนนั้น เราเล่าความเป็นไปอย่างเป็นระเบียบและเลือกพูดแต่เรื่องที่ดูดี หากสนุกหลังพบกันแต่ยังรู้สึกว่างเปล่าบางอย่าง นี่อาจเป็นสัญญาณนั้น

ลองเลือกข้อที่ตรงกับคุณ

  • แก้ข้อความที่จะส่งให้เพื่อนคนนี้หลายครั้ง
  • เมื่อพบกัน จะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงนี้เหมือนกำลังรายงาน
  • เล่าเรื่องยาก ๆ หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วเท่านั้น
  • ช่วงนี้ไม่ค่อยหยิบมุกที่เมื่อก่อนรู้กันเพียงสองคนมาพูด
  • ระหว่างที่ไม่ได้ติดต่อกัน แม้แต่ตัวเองก็สับสนว่ารู้สึกน้อยใจหรือรู้สึกผิด

หากตรงหลายข้อ นอกจากระยะห่างที่เกิดขึ้นระหว่างสองคนแล้ว ตัวคุณเองก็อาจระมัดระวังมากขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนคนนี้ และความระมัดระวังนั้นทำให้ระยะห่างไกลขึ้นอีกเล็กน้อย

ในเวลาแบบนี้ การลดความระมัดระวังจากฝั่งเราก่อนเล็กน้อยอาจช่วยได้ ลองหยิบเศษเสี้ยวที่ซื่อตรงของตัวเองในตอนนี้ออกมา แทนที่จะนำเสนอแต่ภาพว่ากำลังไปได้ดี เพื่อนที่เคยสนิทมักยินดีรับเศษเสี้ยวนั้น เพราะยังจำได้ว่าเมื่อก่อนคุณสองคนเคยแบ่งปันเรื่องแบบนี้กัน

ห้าสิ่งที่ลองทำได้ในช่วงที่กำลังห่างกัน

  1. ส่งฉากหนึ่งแทนการถามสารทุกข์สุกดิบ “สบายดีไหม?” เป็นคำถามที่ตอบยากกว่าที่คิด ฉากหนึ่งอย่าง “เดินผ่านร้านต็อกบกกีที่เราเคยไปบ่อย ๆ ร้านยังอยู่ด้วยนะ” เปิดบทสนทนาได้เบากว่ามาก เพราะไม่ได้เรียกร้องคำตอบยาว ๆ คนรับจึงตอบได้อย่างสบายใจ
  2. โทรสั้น ๆ ก่อนนัดหมาย หากหาเวลาที่ตรงกันยาก โทรคุยกันสิบนาทีระหว่างทางกลับจากงานก็ได้ “ตอนนี้กำลังเดินอยู่ คุยกันแป๊บหนึ่งได้ไหม?” ยิ่งเป็นลักษณะที่มีความเป็นระบบสูง ยิ่งควรเริ่มจากรูปแบบเล็ก ๆ แทนการรอนัดหมายที่สมบูรณ์แบบ หากการโทรเป็นภาระสำหรับลักษณะของคุณ ข้อความเสียงก็ใช้ได้ เพียงได้ยินเสียงก็ส่งความรู้สึกใกล้ชิดกว่าตัวอักษรมาก
  3. หยิบความคิดช่วงนี้ขึ้นมาแทนการเล่าความเป็นไป เมื่อพบกัน ลองเล่าสิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ในใจช่วงนี้แทนการรายงานว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทันทีที่หยิบเรื่องซึ่งยังไม่เรียบร้อยออกมา ตัวคุณต่อหน้าเพื่อนคนนั้นจะกลับมาใกล้ตัวคุณเวลาอยู่คนเดียวอีกครั้ง
  4. หากน้อยใจ ให้พูดสักครั้ง หากเป็นความห่างเหินแบบที่สาม สิ่งที่ต้องการคือคำพูด ไม่ใช่เวลา “ตอนนั้นฉันน้อยใจนิดหน่อย แต่เพราะพูดไม่ได้ เลยเหมือนจะเลื่อนการติดต่อออกไปเสียอย่างนั้น” นี่ไม่ใช่คำต่อว่า แต่เป็นการชวนกันเข้าใจว่าทำไมจึงห่างออกมา แม้อีกฝ่ายจะจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพียงคลายปมที่ค้างอยู่ฝั่งเรา การติดต่อก็ง่ายขึ้นมากแล้ว
  5. หากเป็นช่วงพัก ก็ปล่อยให้ได้พัก หากทั้งคู่กำลังล้นมือ ไม่จำเป็นต้องฝืนสร้างนัดหมาย “ช่วงนี้เราสองคนคงยุ่งกันมากเลยนะ ถ้ามีเวลาต้องเจอกันนะ ฉันยังอยู่ตรงนี้” คำพูดเพียงประโยคเดียวช่วยให้ช่วงเวลาที่รอไม่น่ากังวลนัก ระหว่างนั้น เพียงทักสั้น ๆ ในวันเกิดหรือเมื่อมีข่าวดีก็ยังรักษาความเชื่อมโยงไว้ได้

หากมีเพื่อนมากแต่ยังรู้สึกว่างเปล่า ลองอ่าน เหตุผลที่เหงาทั้งที่มีเพื่อนมาก ด้วย

อย่าตีความแบบนี้

  • การมีช่วงที่ห่างกันไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพจบลง แม้แต่เพื่อนที่คบกันยาวนานก็มีช่วงใกล้และช่วงไกลสลับกัน
  • ฝ่ายที่ไม่ติดต่อก่อนไม่ได้หมายความว่ามีใจให้น้อยกว่า เหตุผลที่ลังเลมักเป็นความระมัดระวังมากกว่าความไม่ใส่ใจ
  • ไม่ได้หมายความว่าทุกความสัมพันธ์ต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม บางความสัมพันธ์เกิดระยะห่างตามธรรมชาติเพราะชีวิตของทั้งคู่เติบโตไปคนละทิศ การเก็บมิตรภาพในช่วงเวลานั้นไว้อย่างขอบคุณก็เป็นบทสรุปที่ดีได้
  • หากเป็นความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งพยายามอยู่เสมอ แต่อีกฝ่ายมีแต่รับ อย่าโทษตัวเองฝ่ายเดียวว่าเป็นสาเหตุของความห่างเหิน

ส่งท้าย

ช่วงเวลาที่ห่างจากเพื่อนสนิทมาถึงอย่างเงียบ ๆ จึงยิ่งรบกวนใจ เมื่ออ่านออกว่าความเงียบนั้นเป็นแบบไหน เราจะมองเห็นสิ่งที่ทำได้ หากจังหวะเปลี่ยนไป ให้ใช้รูปแบบเล็ก ๆ หากมีความน้อยใจ ให้ใช้คำพูดตรงไปตรงมาสักครั้ง และหากเป็นช่วงพัก ให้ใช้การรอ ประโยคที่คุณพิมพ์แล้วลบนั้นส่งออกไปอย่างเบากว่าที่คิดก็ได้

แบบทดสอบบุคลิกภาพฟรีจะแสดงตัวคุณต่อหน้าผู้คนและตัวคุณเวลาอยู่คนเดียวแยกกันผ่านลักษณะบุคลิกห้าด้าน เมื่อนำความเป็นสังคมและความร่วมมือของคุณกับเพื่อนมาวางเทียบกัน จะมองเห็นว่าใครกำลังรอการติดต่อและเพราะเหตุใด

บทความนี้มีไว้เพื่อช่วยให้เข้าใจตนเอง ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือตัดสินความสัมพันธ์

ถูกใจเรื่องนี้ไหม

“คุณ” ในบทความนี้ เหมือนตัวคุณจริง ๆ ไหม

ดูฟรีว่าคุณเป็นแบบไหนต่อหน้าคนอื่นและตอนอยู่คนเดียว

ฟรี · เริ่มได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก